M Solstice

วีระชาติ กู้เกียรติศักดิ์ ID : 53501169 BA 528

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

กรณีศึกษา Wal-mart

1.How is RFID technology related to Wal-Mart's business model? How does it benefit suppliers?

- เทคโนโลยี RFID เป็นระบบที่จำเป็นอย่างมากโดยที่Wal-Mart นำมาใช้และประสบความสำเร็จ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของบริษัทคือ ลดต้นทุนให้ต้ำกว่าคู่แข่งขัน ลดระยะเวลาการส่งสินค้า ลดค่าใช้จ่ายแรงงาน การฉ้อโกง และการขโมย เพิ่มความถูกต้องในการวางแผน และความถูกต้องในการดำเนินงาน ปรับปรุงประสิทธิภาพในการขนส่ง การรับ และการสั่งซื้อ


2.What management, organization, and technology factors explain why Wal-Mart suppliers had trouble implementing RFID system?

- จาก Supplier ทั้งหมดมีเพียงแค่ 30 เปอร์เซนต์แรกเท่านั้นที่ยอมทำตามเทคโนโลยีใหม่ RFID นี้ ซึ่งการที่จะติด Tag กับตัวสินค้าทุกๆสินค้า จะเป็นการเพิ่มต้นทุนกับตัวสินค้าอย่างมาก ซึ่งจากต้นทุนสินค้า ราว 15ล้าน ซึ่งหากทำการติดตั้ง RFID ลงไปจะต้องเพิ่มต้นทุนเข้าไปอีกถึง 6ล้านในการใช้ป้ายราคา

3.What conditions would make adopting RFID more favorable for suppliers?

- ช่วยให้ระบบการจัดขนส่งดีขึ้น โดยที่สามารถตรวจสอบระยะทางตั้งแต่เริ่มขนส่งไปยังปลายทางได้ดีขึ้น ลดต้นต้นการจัดส่งสิน ลดค่าใช้จ่ายในการสต็อกสินค้ารวมถึงค้าใช้การการดูแลและบำรุงสินค้าต่างๆ

4.Should Wal-Mart require all its suppliers to use RFID? Why or why not? Explain your answer.

- Wal-Mart ควรที่จะต้องให้ Supplier ทั้งหมดใช้ระบบ RFID เนื่องจากจะทำให้Wal-Martประหยัดต้นทุนมากขึ้นจากการstockสินค้ารวมถึงลดระยะเวลาการขนส่งลงไปได้เพราะระบบจะทราบได้ทันทีว่าสินค้านั้นมีอยู่เท่าไหร่ควรจะเติมสินค้าหรือสั่งสินค้าหรือไม่ ทำใ้ห้Wal-Martมีสินค้าตลอดเวลาหรือสามารถเติมสินค้าลงชั้นโดยใช้เวลาไม่เกิน30นาที ซึ่งระบบจะทำงานโดยหากสินค้าตัวใด้ออกจากชั้นRFIDจะแจ้งเตือนให้พนักงานเติมสินค้าทันที Wal-Mart ไม่จำเป็นต้องเก็บสต็อกสินค้ามากมายเหมือนแต่ก่อน แต่สามารถสั่งให้ Suppliers มาส่งของได้ทันทีในขณะที่สินค้าตัวนั้นใกล้หมด รวมทั้งช่วยการันตีว่าสินค้าสามารถมีจำหน่ายได้ตลอดเวลาและประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ จะช่วยลดปัญหาการโจรกรรมสินค้า และการปลอมแปลงสินค้าได้อีกด้วยยังสามารถทำให้Wal-Martยังคงความเป็นผู้นำในเรื่องราคาได้ ตามคำที่ว่า Every day low price(EDLP) ซึ่งหากมองถึงการแข่งขันในระดับองค์กรหรือบริษัทนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดหาสินค้าหรือบริการป้อนให้กับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้หากบริษัทหรือองค์กรมีความสามารถในการใช้ความคิด วัตถุดิบที่จำเป็นเหล่านั้นได้อย่างถูกเวลา มีการจัดการด้านเงินลงทุนอย่างเหมาะสมเพื่อที่จะทำให้สามารถไปถึงเป้าหมายนั้น หรือสามารถผลิตสินค้าหรือบริการได้ตรงกับปริมาณความต้องการหรือทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจได้ การจัดการเทคโนโลยีในระดับองค์กรไม่เพียงแต่เน้นที่ผลกำไรที่จะได้รับเท่านั้นแต่ยังทำให้สามารถอยู่รอดในการแข่งขันนี้ได้ บริษัทหรือองค์กรที่ไม่สามารถควบคุมหรือจัดการการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมแล้วก็จะทำให้ไม่สามารถอยู่รอด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมเหล่านี้ได้

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เทคโนโลยี Hardware และ Software สำหรับองค์การดิจิตอล





ธุรกิจขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่เหมาะสมเพื่อให้บริการที่ดีที่สุด สร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ยืดหยุ่นและปรับขยายได้โดยใช้ application platform ของ Microsoft เครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่สำคัญ
ปรับปรุงบริการและความคล่องตัวผ่าน Core Infrastructure Optimization

เทคโนโลยี Microsoft Core Infrastructure Optimization Infrastructure สามารถสร้างความแตกต่างให้กับการดำเนินธุรกิจของคุณ โซลูชันต่างๆ สามารถช่วยคุณในการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการเพิ่มความน่าเชื่อถือ การรักษาความปลอดภัย และความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT คุณจะพบว่าธุรกิจของคุณมีความคล่องตัวมากขึ้นและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องเดสก์ท็อป เซิร์ฟเวอร์ และการทำงานนอกสถานที่

 ปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านประสิทธิภาพการทำงานในธุรกิจ
 เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับบุคลากรที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหนึ่งเดียวที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล การแบ่งปันความรู้ความชำนาญ ข้อมูลทางธุรกิจ และการค้นหาข้อมูลง่ายขึ้นโดยใช้ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ในระบบ Microsoft Office 2007 ที่คุ้นเคยที่ช่วยคุณในการจัดการค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนของระบบ IT

 เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจด้วย Microsoft Application Platform
 Microsoft Application Platform คือเทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ ที่ผสานการทำงานเข้าด้วยกันที่ช่วยธุรกิจของคุณในการสร้างและพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ การปลดล็อคและขยายขีดความสามารถให้กับแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ใหม่อย่างรวดเร็วที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งจะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับความคุ้มค่าในการลงทุน

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

E-commerce and E-Government

E-Commerce คืออะไร Electronic Commerce หรือ E-Commerce คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยส่งข้อมูลด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเครือข่าย เช่น Internet ถ้าผู้ใช้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ คู่สายโทรศัพท์ โมเดม และเป็นสมาชิกของบริการ Internet ก็สามารถทำการค้าผ่านระบบเครือข่ายได้
E-Commerce เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี Internet กับการจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยสามารถนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้าหรือบริการผ่านทาง Internet สู่คนทั่วโลกภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้การดำเนินการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดรายได้ในระยะเวลาอันสั้น

ประเภทของอีคอมเมิร์ซ
มีการแบ่งประเภทอีคอมเมิร์ซกันหลายแบบ เช่น แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภท
อีคอมเมิร์ซ 5 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภทก็ได้ดังต่อไปนี้
(1) ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีกหรือบีทูซี (B-to-C = Business-to-Consumer) คือประเภทที่ผู้ซื้อปลีกใช้อินเตอร์เนตในการซื้อสินค้าจากธุรกิจที่โฆษณาอยู่ในอินเตอร์เนต
(2) ธุรกิจกับธุรกิจหรือบีทูบี (B-to-B = Business-to-Business) คือ ประเภท ที่ธุรกิจกับธุรกิจติดต่อซื้อขายสินค้ากันผ่านอินเตอร์เนต
(3) ธุรกิจกับรัฐบาลหรือบีทูจี (B-to-G = Business-to-Government) คือประเภทที่ธุรกิจติดต่อกับหน่วยราชการ
(4) รัฐบาลกับรัฐบาลหรือจีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ ประเภทที่หน่วยงานรัฐบาลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาลอีกหน่วยงานหนึ่ง
(5) ผู้บริโภคกับผู้บริโภคหรือซีทูซี (C-to-C = Consumer-to-Consumer) คือ ประเภทที่ผู้บริโภคประกาศขายสินค้าแล้วผู้บริโภคอีกรายหนึ่งก็ซื้อไป เช่นที่อีเบย์

รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า e-Government คือ วิธีการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภาครัฐ ปรับปรุงการบริการแก่ประชาชน การบริการด้านข้อมูลและสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนมีความใกล้ชิดกับภาครัฐมากขึ้น สื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเข้าถึงบริการของรัฐ ประการสำคัญจะต้องมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและเต็มใจจากทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคธุรกิจและประชาชน
ผลพลอยได้ที่สำคัญที่จะได้รับคือ ธรรมาภิบาลและความโปร่งใสที่มีมากขึ้นในกระบวนการทำงานของระบบราชการ อันเนื่องมาจากการเปิดเผยข้อมูล และประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ตลอกเวลาจึงคาดว่าจะนำไปสู่การลดคอร์รัปชันได้ในที่สุด
e-Commerce คือบริการทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบ B2C และ B2B เป็นหลัก e-Government จะเป็นแบบ G2G G2B และ G2C ระบบต้องมีความมั่นคงปลอดภัยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ ประชาชนอุ่นใจในการรับบริการและชำระเ้งินค่าบริการ ธุรกิจก็สามารถดำเนินการค้าขายกับหน่วยงานของรัฐด้วยความราบรื่น อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญในการให้บริการตามแนวทางรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์